ปล่อยวาง...พูดง่ายแต่ทำยาก

ปล่อยวางพูดง่ายแต่ทำยาก

ถ้าคำนี้เป็นแค่การตัดพ้อเพราะมันเหนื่อย แต่ใจยังไม่ถอดใจ... ก็ถือว่าใช้ได้ ขอให้เข้าใจอย่างหนึ่งว่า นี่แหละคือชีวิต นี่แหละคือการเกิด มันไม่เที่ยง

คำว่าไม่เที่ยงเนี่ย ชี้ลงไปที่ใจเราเลย แม้แต่ใจเราเองเรายังคุมไม่ได้ เมื่อวานอารมณ์ดี วันนี้ไม่ใช่ เหตุปัจจัยมันเปลี่ยน แต่เราดันไปคาดหวังให้มันเที่ยงแท้เหมือนวันนั้น มันเลยทุกข์

ทุกข์ไม่ได้เกิดจาก "ฝนตก" แต่เกิดจากการที่เรายึดมั่นว่า "ฝนต้องไม่ตก" หรือ "เราต้องคุมมันได้"

คนคนนั้นจะต้องไม่นินทาเรา

หัวหน้าจะต้องรักเราตลอดไป

งานต้องสำเร็จ ต้องไม่มีอะไรขวาง

ฯลฯ

ถ้ายังคาดหวังแบบนั้น มันก็เกิดเป็นภพชาติ ขังตัวเองอยู่กับความสมหวังและผิดหวัง เหวี่ยงไปมาจนกระแทกใจพัง นี่แหละคือการดิ้นรน

ถ้ายังปล่อยวางไม่ได้... มีอีกวิธีหนึ่ง

ไม่ต้องไปปล่อยวางมัน
ถือมันไว้อย่างนั้นแหละ
แบกมันเอาไว้
เอาทิชชูมาด้วย เอาไว้ซับน้ำตา
เมื่อน้ำตามันออกมากๆ
เมื่อใจมันรู้สึกเจ็บมากๆ
มันจะเริ่มสงบนิ่งและหันมาไตร่ตรองให้หนักขึ้น

นั่นละ เดี๋ยวมันจะรู้เองว่าการแบกมันหนักแค่ไหน

เหมือนที่หลวงพ่อชาสอนเรื่องจับหางงู จับแรกๆ มันก็สบายดี แต่จับไว้นานๆ ไม่ปล่อย เดี๋ยวพอมันแว้งกัด เราจะรู้เอง... หรือถ้าหางูไม่ได้ ลองไปจับหางแมววัดดูสิ จับไม่ปล่อยเดี๋ยวแมวก็หันมาตะปบให้ได้สติเองนั่นแหละ

ถ้ายังไม่มีกำลังพอจะวาง ก็แบกต่อไป แบกให้มันเหนื่อยจนกว่าจะมีเหตุผลที่หนักแน่นพอจะวางลงได้ด้วยปัญญา

จะแบกใจพังๆ ไปจนถึงลมหายใจสุดท้าย หรือจะเริ่มมองหาต้นเหตุที่ทำให้วางไม่ลงตั้งแต่วินาทีนี้... เลือกเอานะ