บทความโดย อ.มานะ
jaipenboon.com
นั่งเล่าริมวัฏฏะ

วัตถุมงคลถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร

ถาม: วัตถุมงคลถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร?

ตอบ: สิ่งเหล่านี้ควรเป็นเหมือนนามบัตร หรือเครื่องเตือนสติ เหมือนสติกเกอร์ที่ให้ไป ก็เพื่อให้ระลึกถึง "อุดมการณ์" หรือ "ความจริง"

แต่คนส่วนใหญ่กลับเปลี่ยนนามบัตรให้กลายเป็น "ตัวตน" เพื่อยึดเอาไว้อีกชั้นนึง

ก็ถ้าเห็นรูปพระแล้วได้สติตื่น นั่นคือใช้เป็น

เคยเห็นเปิดมือถือมา มีภาพพระพิฆเนศเป็น wallpaper อยู่ อย่างนี้ พอตัวเรากำลังจะทำผิดศีลธรรม กำลังคิดชั่ว กำลังอิจฉา กำลังอยากได้ของเขา เปิดมือถือเห็นภาพพระพิฆเนศ ตาของท่านมองเราอยู่่ผ่าน wallpaper เราก็ อึม... ยั้งใจได้ ทำดีเพื่อมอบความดีนี้ให้ท่าน ยกเลิกความตั้งใจจะทำชั่วได้ นี่คือได้สติ รู้จักยั้งคิด เพราะจิตมีที่เกาะ เกาะความดี อย่างนี้ใช้เป็น

แต่ถ้าเห็นรูปพระพุทธ แล้วกราบขอหวย หลับตาปี๋ นึกถึงท่าน อธิษฐานว่า...

"ท่านช่วยผมด้วย ท่านช่วยหนูเรื่องนี้ด้วย"

"ขอให้รถมาทันเวลาได้มั้ย"

"ขอให้หัวหน้าเห็นใจหนู มาสายวันนี้"

"ขอให้หนูรวยๆ ให้หนูถูกหวยได้มั้ย"

"ขอให้รอดคดีได้มั้ย"

อย่างนี้คือหลง...

นี่ถ้าท่านได้ยินและตอบได้ คงจะตอบทำนองว่า...

"เอ๊ะ ไอ้นี่ มึงมีแขนขา มึงอยากได้เงินค่าจ้าง ค่าตอบแทน มึงก็ต้องทำงานสิวะ เข้าใจมั้ย กลไกทางโลก ทำงานเพื่อแลกปัจจัยน่ะ ต้องวางแผนการตลาด ต้องรู้ product รู้ตลาด มี promotion ต้องสร้างเหตุให้ลูกค้าได้ประโยชน์ ฯลฯ แต่ถ้าเกิดมึงไปฉ้อโกงเงินเขา แทนที่จะรอเงิน มันก็เกิดผลย้อนกลับมา ก็มึงทำเองทั้งนั้น"

สิ่งที่ท่านทั้งหลายอยากจะบอกก็คือ มันไม่ได้มีพลังศักดิ์สิทธิ์ข้ามมิติมาตัดแบบไม่ไว้หน้าเหตุปัจจัย ไม่มีสูตรโกงเหตุปัจจัย ไม่มีสูตรโกงวิบากกรรม ฝนตกตัวเปียก จะไปขอเทพองค์ไหนบอกขออย่าให้เปียกได้มั้ยล่ะ มันมีแต่เรื่องของเหตุและปัจจัย กดปุ่ม ก.ไก่ บน keyboard มันก็ต้องขึ้น ก.ไก่ สิวะ เว้นเสียแต่ว่าจะเอาปุ่ม ก.ไก่ ไปสลับกับ ปุ่ม ข.ไข่ เพราะงั้น เหตุมาแบบไหน ผลที่หน้าจอก็ย่อมรันออกแบบนั้น

เหมือนกับพ่อแม่ หรือคุณตาคุณยายที่เสียไปแล้ว เราตั้งรูปท่านไว้ ก็เพื่อให้เราได้ระลึกถึงท่าน เราก็นึกถึงคำที่พ่อแม่ท่านเคยสอน เช่น

  • "อย่าเอาแต่ทำงานงกๆ จนลืมดูแลสุขภาพนะ"
  • "ลูก รีบนอนนะลูก"
  • "อย่ากินหวานนักนะลูก"
  • "เงินน่ะ เก็บๆ ไว้บ้าง อย่าเอาแต่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย"

ตอนนี้ ท่านไม่ได้เปิดประตูมาบอกเราเหมือนก่อนแล้ว แต่การระลึกถึงสิ่งที่ท่านสอน ก็ช่วยเตือนสติ ช่วยให้เราไม่เผลอไผลได้

เช่นกัน ตั้งพระพุทธรูปเอาไว้ หรือมีภาพพระในกระเป๋าตังค์ ในจอ background มือถือ เราเปิดขึ้นมา เราเห็นภาพพระพุทธเจ้า แล้วไงต่อ...

กราบท่าน ขอร้องท่านให้ท่านช่วยให้ตัณหาดับ อุปาทานดับ ให้ช่วยล้มปฏิจจสมุปบาท ดับอวิชชา นิพพาน อย่างนั้นหรือ...

พระองค์ท่านเป็นผู้ชี้ทาง พระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้หมดแล้ว พระอริยสาวกท่านก็สอนเอาไว้หมดแล้ว เราก็ระลึกถึงสิ่งที่ท่านสอนที่บันทึกเอาไว้ ท่านสอนเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา ตั้งสติ เหตุแห่งทุกข์ ทำไมถึงทุกข์ ทุกข์เพราะอะไร ถูกมั้ย ปฏิจจสมุปบาท กลไกแห่งทุกข์ ตัณหา อุปาทาน เป็นไงมาไง อย่างเห็นภาพหลวงพ่อฤาษีบนปกหนังสือ เราก็คิดถึงคำสอนที่ท่านสอนเรื่องนิวรณ์ อ่า...จริง นั่นแหละ เพราะท่านย้ำเรื่องนี้บ่อยมาก เราเห็นภาพพระพุทธเจ้า เราก็นึกถึงคำสอนของท่าน

พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สอนเรานี่ว่า "โยม... งานนี้อยากได้อะไรก็มาขอเรานะ เดี๋ยวเราอนุมัติให้" อย่างนั้นหรือ?

แต่แหม... เออ รู้ จริงๆ รู้ทั้งรู้ แต่พอซวยเข้าจริงๆ ก็อดใจไม่ได้ ความเคยตัวเคยใจมันก็ยังมี ระบบเหตุผลพังทลาย ขอฉีกทุกกฎเกณฑ์ เม้มปากหลับตาปี๋...

"พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หลวงพ่อ หลวงตา ช่วยที จะขึ้นศาลแล้ว!"

... เป็นงั้นไป


อ่านบทความ ถามตอบ ของ อ.มานะ เพิ่มเติมได้ที่
เว็บใจเป็นบุญ (jaipenboon.com)

สนใจหนังสือของ อ.มานะ สั่งซื้อหนังสือได้ที่
Shopee ร้านใจเป็นบุญ

เพิ่มเพื่อนไลน์ @jaipenboon

© 2026 ใจเป็นบุญ - พอกันทีกับสถาปนิกเด็กสร้างบ้าน