กสิณ อรูปฌาน ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ใช่มั้ย
ถาม ตกลงแล้ว กสิณ อรูปฌาน ผมไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ใช่มั้ยตอบ
ถ้าจริตนิสัย หรือตัวผู้ปฏิบัติ ไม่ได้มีนิวรณ์บางอย่างที่กสิณต้องมาช่วยแก้ อย่างบางท่านที่อารมณ์หนักไปทางโทสะแรง ใช้กรรมฐานปกติแล้วจิตไม่รวม นิวรณ์ไม่ลด ก็อาจลองใช้กสิณสีเข้ามาช่วย แต่ถ้าบางท่านที่สามารถกำหนดลมหายใจ รวมจิตให้ตั้งมั่นได้เป็นปกติ ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องไปใช้กสิณ
มองให้เป็นเครื่องมือ (Tool) เลือกเครื่องมือให้เหมาะกับการทำงาน ไม่ใช่เอาเครื่องมือมากำหนดการทำงาน อย่างถ้าเราจะไขน๊อตหัวแฉก เราก็หยิบไขควงหัวแฉกมา ไม่ใช่เอากรรไกรมา
พูดง่ายๆ ในเชิงเทคนิค ถ้ากำลังเจอ Bug ตัวหนาๆ อย่างโทสะแรง ความโกรธพุ่ง ลมหายใจเอาไม่อยู่ ก็เปิดโหมดฟังก์ชันกสิณมาใช้แก้บั๊ก
ถ้าจิตไม่ได้ขนาดนั้น ใจเย็น ตั้งมั่นได้เป็นปกติอยู่แล้ว ก็ใช้การดูลมหายใจ บริกรรมอะไรๆ ตามปกติรันระบบไป ไม่ต้องเปิดโหมดกสิณก็ได้
หรืออรูปฌาน ถ้าไม่ได้มีเป้าหมายให้จิตละเอียด หรือปฏิสัมพิทาญาณ ก็ไม่ต้องตั้งเป้าในอรูปฌาน เป็นต้น
อย่าลืมเป้าหมาย นั่นก็คือ เคลียร์นิวรณ์ ให้จิตพ้นจากนิวรณ์ Clear Cache เคลียร์แรม จิตจะได้ตั้งมั่น จิตสงบ ใส เมื่อจิตพร้อม มีกำลังพอ ก็ถอยมาเจริญปัญญา เจริญวิปัสสนา
แต่ถ้าหากช่วงไหนโทสะแรง ฟุ้งซ่านมาก รวมจิตปกติยาก ใช้ลมหายใจแล้วดูไม่ค่อยอยู่ ไม่นิ่ง จะลองใช้กสิณสี เช่น สีแดง สีเขียว หรืออารมณ์กรรมฐานแบบอื่นช่วยรวมจิตก็ได้ อย่างที่บอก มองให้เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ไปยึดว่า ฉันจะต้องเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า "ผู้เล่นกสิณ" หรือ "ฉันสายกสิณ" หรือ "ฉันเป็นคนที่เล่นถึงอรูปฌาน แม้จะไม่ได้ตะโกนไปบอกใคร แค่พูดๆ กับตัวเอง นั่นก็ยึดเข้าไปเรียบร้อยแล้ว ปฏิจจสมุปบาทรันถึงภพชาติแล้ว
เพราะงั้น ไม่ว่าจะลมหายใจ กสิณ หรือสมาธิแบบไหน เป้าหมายคือ เพื่อให้จิตตั้งมั่น สงบ ใส และละจากนิวรณ์ได้ ก็ใช้มันเพื่อให้จิตตั้งมั่นเป็นฐานหนุนปัญญาเข้าไปสับคออวิชชาต่อไป