ถาม: มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของกาม ว่าถ้าเราตัดออกทั้งยวง ก็จะหมายความว่า ทางของกามก็ไม่เกิด ไม่สามารถสำเร็จผลได้ จะช่วยให้เกิดเหตุที่ให้เกิดความสงบได้เหมือนกันใช่มั้ย


ตอบ:

ถ้าอย่างนั้นก็ต้องตัดมือไปด้วยเลยดีมั้ย? เพราะมือมันชอบเอื้อมไปจับ ไปคลิกเมาส์ และก็มือจะได้ไม่ยื่นไปหยิบจับอะไรด้วย

แล้วเราก็ต้องเอาผ้าปิดปาก หรือไม่ก็หาอะไรมาคาบไว้ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้พูดชั่ว 

หูก็ต้องเอาอะไรอุดไว้ไม่ให้เสียงที่ไม่ควรฟังมากระทบ 

ร่างกายก็เอาผ้าพันเป็นมัมมี่ไว้เลยเพื่อให้จบเรื่อง... 

ถ้าคิดจะแก้ที่ปลายทางเพื่อให้ไม่เกิดผล มันก็ต้องลำบากขนาดนั้นแหละ

ส่วนเรื่องของกามที่เกี่ยวกับเพศ ถ้าคิดว่าตัดอวัยวะทิ้งทั้งยวงแล้วมันจะจบ ป่านนี้พวกโยคีก่อนพุทธกาลเขาคงบรรลุมรรคผลกันไปหมดแล้ว เพราะสมัยนั้นเขาทำกันสุดโต่งกว่านี้เยอะ... สุดท้ายมันก็แค่เจ็บตัวเปล่า แถมการใช้ชีวิตต่อไปก็ไม่สะดวกสบาย

กาม ไม่ได้อยู่ที่อวัยวะปลายทาง แต่มันอยู่ที่เชื้อในใจ ต่อให้ตัดส่วนนั้นทิ้งไป แต่ถ้าเชื้อกิเลสมันยังฝังรากอยู่ จิตมันก็ยังปรุงแต่งนิมิตกามขึ้นมา เป็นอารมณ์กระทบใจได้อยู่ดี 

นึกถึงคอมพิวเตอร์ แต่ตัว OS ยังทำงาน เกมยังเปิดค้างเอาไว้ CPU ก็ยังประมวลผล การ์ดจอยังส่งข้อมูลไปที่ output ไปยังสาย HDMI สู่จอมอนิเตอร์ ถ้าเราตีจอมอนิเตอร์ให้แตก ตัดสาย HDMI ถามหน่อย CPU มันจะหยุดทำงานมั้ย เกมจะปิดตัวลงมั้ย OS จะ Shutdown มั้ยล่ะ

มีวิธีการที่ง่ายและฉลาดกว่านั้น นั่นก็คือการ "ไม่ให้ค่า" กับกาม

มันคือ 'การเปิดตาที่สาม' ขึ้นมา (ตาปัญญา) ขนานกับตาเนื้อ แล้วใช้ปัญญามองโลกให้เป็น 'อนัตตาขนานกันไป'

คำว่า "ขนานกันไป" หมายความว่า ไม่ต้องไปพยายามฆ่ากาม ไม่ต้องไปรบกับความอยากเพื่อให้มันหายอยาก เพราะถ้าอยากให้มันหายไป นั่นคือเรากำลังสร้างตัณหาซ้อนตัณหาขึ้นมาอีกตัวแล้ว (วิภวตัณหา) สุดท้ายใจก็เร่าร้อนเหมือนเดิม ถ้าข่มใจชนะมันได้ทีนึงทีก็ฟูใจ รอบต่อไป พออดใจไม่ไหวแพ้มันก็ห่อเหี่ยว

แต่วิธีที่ง่ายกว่าก็คือ ปล่อยให้กามมันรันของมันไปตามเรื่อง แต่ให้วางปัญญาไว้ข้างๆ กัน เห็นชัดๆ ว่า "ความอยากก็เรื่องหนึ่ง ร่างกายก็เรื่องหนึ่ง แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรา"

เหมือนนั่งมองรถที่วิ่งผ่านหน้าบ้าน ขนานกับรั้วบ้านนี่แหละ รถจะวิ่งเร็วแค่ไหน เราก็แค่เห็น ซึ่งมันก็ไม่ได้ชนรั้วบ้าน เมื่อปัญญามันเห็นความจริงขนานไปกับความอยากแบบนี้เรื่อยๆ จิตมันจะเกิดความเบื่อหน่ายและคลายความยึดมั่นออกมาเองโดยธรรมชาติ โดยที่ไม่ต้องไปออกแรงตัดหรือทำลายอวัยวะส่วนไหนให้เจ็บตัวเลย

กามน่ะ ถ้าลองดูให้ดีๆ ดูท่าว่ามันไม่ใช่ปัญหานักหรอก
แต่ความยึดมั่นในกาม อุปาทานในกาม
ที่คิดเห็นว่าขันธ์ห้าเป็นตัวเราของเรา จนเกิดตัณหาที่อยากจะครองกาม หรืออยากจะผลักใสมันต่างหากล่ะตัวดี

ลองมาแก้ที่ "ตาน้ำ" (ทิฐิ/อุปาทาน) ไม่ต้องแก้ที่ "น้ำตก"